สมาคมดิจิทัลเวิลด์ (Digital World Association)

หมวดที่ ๑ ความทั่วไป

ข้อ ๑. สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมดิจิทัลเวิลด์ ใช้ชื่อย่อว่า “สดจว.” เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า
“Digital World Association” ใช้ชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “DWA.”

ข้อ ๒. เครื่องหมายสมาคมดิจิทัลเวิลด์

มีลักษณะเป็นรูปอักษร ตัว “D” (ดี) ในภาษาอังกฤษ เป็นตัวอักษรย่อของคำว่า “Digital” ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนด้านล่างเป็น สีเหลืองทอง หมายถึง ความมั่นคง ความเจริญเติบโต และความสำเร็จ ส่วนด้านบนเป็นสีน้ำเงินเข้ม หมายถึงความเข้มแข็งทางการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ อยู่ท่ามกลางสัญลักษณ์คนจับมือประสานเป็นวงกลม จำนวน ๓  คนพื้นสีน้ำเงิน หมายถึง ความร่วมมือ ความสามัคคี และประสานงานในรูปไตรภาคี ไตรมิติ อันได้แก่ บุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กร ซึ่งหมายรวมถึงสมาชิกทั้งหมดของสมาคม และทั้งหมดนี้อยู่ในกรอบวงกลม ๒ ชั้น ที่มีชื่อสมาคมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ข้อ ๓. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ บ้านเลขที่ ๘๕/๕๑๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี รหัสไปรษณีย์ ๑๑๑๑๐

ข้อ ๔ . วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมกิจการดิจิตทัลเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยหมายรวมถึง นวัตกรรม กระบวนการพัฒนาทักษะ และเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคม ที่เกี่ยวข้องในด้านกิจการดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ดังนี้

๔.๑  เพื่อวิจัยและพัฒนาสื่อนวัตกรรมทางการศึกษาสู่สากล
๔.๒ เพื่อพัฒนาสมาชิกและประชากรให้มีความรู้และทักษะในการเข้าถึงดิจิทัลเทคโนโลยี
๔.๓ เพื่อเผยแพร่สื่อนวัตกรรมทางการศึกษาสู่สากล
๔.๔ เพื่อสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมและการบริการสังคมด้านการศึกษา
๔.๕ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
๔.๖ เพื่อดำเนินการ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศล เพื่อการกุศลและองค์การสาธารณประโยชน์เพื่อสาธารณประโยชน์
๔.๗ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

 

หมวดที่ ๒ สมาชิก

ข้อ ๕ . สมาชิกของสมาคมมี  ๒   ประเภท คือ
สมาชิกกิตติมศักดิ์ สมาชิกสามัญ และ สมาชิกสมทบซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
๕.๑.สมาชิกสามัญ ประกอบด้วย
(๑)สมาชิกสามัญตลอดชีพประเภทนิติบุคคล ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน ธนาคาร หน่วยงาน องค์กร และสถานศึกษา  และจ่ายค่าสมาชิกตลอดชีพ
(๒) สมาชิกสามัญตลอดชีพประเภทบุคคล ได้แก่ บุคคลที่มีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมและจ่ายค่าสมาชิกตลอดชีพ
(๓)  สมาชิกสามัญรายปี ได้แก่ บุคคลที่มีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคม และจ่ายค่าสมาชิกเป็นรายปี
๕.๒.สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม       ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ ๖. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
๖.๑  เป็นนิติบุคคล หรือบุคคลผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
๖.๒ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
๖.๓ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
๖.๔ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือน ไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้อง คำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

ข้อ ๗ ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
๗.๑ สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนเป็นครั้งแรก ๕๐ บาท
ค่าบำรุงสมาชิก รายปีๆ ละ ๑๐๐ บาท
หรือสมาชิกสามัญตลอดชีพประเภทบุคคล ชำระค่าสมาชิกครั้งเดียว ๑,๐๐๐ บาท
หรือสมาชิกสามัญตลอดชีพประเภทนิติบุคคล ชำระค่าสมาชิกครั้งเดียว ๒,๐๐๐ บาท
๗.๒  สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใด

ข้อ ๘. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ยื่นใบสมัคร ให้แสดงความจำนงโดยยื่นใบสมัครตามแบบที่สมาคมกำหนด โดยให้มีสมาชิกสามัญตลอดชีพเป็นผู้รับรองอย่างน้อย ๑  คน หรือสมาชิกนิติบุคคลเป็นผู้รับรอง ๑ คน และให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕  วัน    เพื่อให้สมาชิกอื่นๆของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขานุการนำใบสมัคร และหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาอนุมัติ ว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมและเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ ๙. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม ให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการและสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในเวลากำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นการยกเลิก

ข้อ ๑๐ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์  ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม

ข้อ ๑๑ สมาชิกภาพสิ้นสุดลง เมื่อมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดเกิดขึ้น ดังต่อไปนี้
๑๑.๑ ตาย
๑๑.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรและคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบ
๑๑.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก
๑๑.๔ ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม 

ข้อ ๑๒ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
๑๒.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
๑๒.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
๑๒.๓ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๒.๔ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
๑๒.๕ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้งหรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นการกรรมการสมาคมและมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมคนละ ๑ คะแนนเสียง
๑๒.๖ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
๑๒.๗  มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อยหนึ่งในสามของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
๑๒.๘ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
๑๒.๙  มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
๑๒.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจกการต่างๆของสมาคม
๑๒.๑๑ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๒.๑๒ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ ๓ การดำเนินการสมาคม

ข้อ ๑๓ . ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการบริหาร” ประกอบด้วย สมาชิกสามัญตลอดชีพประเภทบุคคล  ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเป็นกรรมการ  มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐  คนและไม่เกินจำนวน ๑๕  คน  ทำหน้าที่บริหารงานสมาคม  ที่ประชุมการเลือกนายกสมาคม ๑ คน และนายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้ง   อุปนายก ๒ คน  เลขานุการ เหรัญญิก  นายทะเบียน ปฏิคม วิชาการ ประชาสัมพันธ์ และตำแหน่งอื่นๆ ตามที่ได้กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งหน้าที่โดยสังเขป ดังนี้
๑๓.๑ นายกสมาคม
ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม คณะกรรมการของ สมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่ เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม
๑๓.๒ อุปนายกสมาคม
ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตาม หน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่ แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
๑๓.๓ เลขานุการ
ทําหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคําสั่งของนายกสมาคมตลอดจนทําหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม จัดทําทะเบียนทรัพย์สิน เอกสาร ติดตาม และสรุปผลการบริหารกิจการประจําปีของคณะกรรมการ เพื่อรายงานต่อที่ประชุมใหญ่ และส่งมอบงานให้คณะกรรมการชุดใหม่เมื่อสิ้นสุดวาระ
๑๓.๔ เหรัญญิก
มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อ ตรวจสอบ
๑๓.๕ นายทะเบียน
มีหน้าที่รวบรวม และจัดพิมพ์ทะเบียนสมาชิกทั้งหมดให้ทันสมัย ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบํารุงจากสมาชิก ประสานงานกับเลขานุการ และประชาสัมพันธ์ในการหาสมาชิกใหม่เพิ่มเติม ส่งข่าวสาร และร่วมมือกับปฏิคมจัดสวัสดิการต่างๆ
๑๓.๖ วิชาการ
มีหน้าที่จัดประชุมวิชาการการฝึกอบรม เผยแพร่ความรู้ ดิจิทัลเทคโนโลยีในการศึกษา และองค์ความรู้การที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความรู้ให้ได้มาตรฐาน แนะนําเครื่องมือฮาร์ดแวร์ และ นวัตกรรมสื่อ ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย ให้แก่สมาชิก
๑๓.๗ วิจัย
มีหน้าที่การวิจัยสื่อนวัตกรรม เพื่อการส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาวิชาชีพให้แก่สมาชิกและส่วนที่เกี่ยวข้อง
๑๓.๘ ปฏิคม
มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียม สถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
๑๓.๙  ประชาสัมพันธ์
มีหน้าที่จัดทําข่าวสารเผยแพร่กิจการชื่อเสียงเกียรติคุณของ สมาคมให้สมาชิก และบุคคลทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
๑๓.๑๐กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ
ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกิน จำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่ง ก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง

ข้อ ๑๔  คณะกรรมการบริหารดำรงตำแหน่งตามวาระมีกำหนดคราวละ ๔  ปี กรรมการที่ออกไปตามวาระแล้วอาจได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารได้อีก กรรมการบริหารที่มีตำแหน่งจะอยู่ในตำแหน่งเดียวกันได้ติดต่อกันไม่เกิน ๒  วาระ

ข้อ ๑๕  ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น และถ้าเป็นตำแหน่งนายกสมาคมว่างก็ให้คณะกรรมการเลือกกันเองเป็นนายกสมาคม

ข้อ ๑๖ การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการของสมาคมย่อมพ้นจากตำแหน่งในกรณี ดังต่อไปนี้
๑๖.๑  ตาย
๑๖.๒ ลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร และคณะกรรมการบริหารได้ลงมติอนุมัติแล้ว
๑๖.๓ ครบกำหนดออกตามวาระ
๑๖.๔ ขาดจากสมาชิกสภาพตามข้อบังคับและตามที่กฎหมายกำหนดไว้
๑๖.๕ ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
๑๖.๖ เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสียและคณะกรรมการสามาคมมีมติให้ออก

ข้อ ๑๗ กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ ๑๘. คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่  ดังนี้
๑๘.๑ บริหารงานให้เป็นไปตามข้อบังคับหรือระเบียบที่สมาคมกำหนด
๑๘.๒ บริหารงานของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
๑๘.๓ แต่งตั้งและถอดถอนที่ปรึกษาของคณะกรรมการบริหาร ทั้งนี้ ที่ปรึกษาไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติในการประชุมของคณะกรรมการบริหาร
๑๘.๔ แต่งตั้งและถอดถอน กรรมการ  อนุกรรมการ  หรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการเฉพาะกิจในด้านต่างๆ ตามที่เห็นสมควร
๑๘.๕ แต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่  เพื่อให้ดำเนินงานของสมาคมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
๑๘.๖ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ
๑๘.๗ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจการต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
๑๘.๘ มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๑๙ คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง  โดยกำหนดภายในวันที่ ๒๐ ของทุกเดือน

ข้อ ๒๐ การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อ ๒๑ ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ ๔ การประชุมใหญ่

ข้อ ๒๒. การประชุมใหญ่ให้แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท  คือ
๒๒.๑ ประชุมใหญ่สามัญ
๒๒.๒ การประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๓  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มี การประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละ ๑  ครั้ง ขึ้นภายในเดือนมีนาคมของทุกปีเว้นแต่ปีใดมีเหตุจำเป็นไม่สามารถจะจัดให้มีขึ้นได้ภายในเดือนมีนาคม

ข้อ ๒๔ การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นสมควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดจากการเข้าชื่อกันรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิก ทั้งหมด หรือสมาชิก จำนวนไม่น้อยกว่า  ๑๐๐ คน

ข้อ ๒๕ การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา สถานที่ให้ชัดเจน โดยให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า๗ วัน

ข้อ ๒๖ การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
๒๖.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
๒๖.๒ แถลงบัญชีรายรับรายจ่ายและบัญชีงบดลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกทราบ
๒๖.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ
๒๖.๔  เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี
๒๖.๕  ตรวจสอบทะเบียนสมาชิก
๒๖.๖ เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

ข้อ ๒๗. องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่ของสมาคมไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่ประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกประชุมไม่น้อยกว่า ๑1 ใน ๑๐ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ข้อ ๒๘ การลงมติต่างๆในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ หากมีเสียงเท่ากันให้ประธานชี้ขาด

ข้อ ๒๙  ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคน หนึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ ๕ การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๓๐ การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้กับ ธนาคารกรุงไทย

ข้อ ๓๑ การลงนามในตั๋วเงิน หรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อนายกสามาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก พร้อมกับประทับตราสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ ๓๒ ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติไม่เกินครั้ง ๕๐๐,๐๐๐ บาท

ข้อ ๓๓ ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าเกินต้องนำฝากธนาคารทันที

ข้อ ๓๔ ให้เหรัญญิกมี จะต้องทำบัญชีรับจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ

ข้อ ๓๕  ผู้สอบบัญชี จะต้องไม่ใช่กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ ๓๖  ผู้สอบบัญชี  มีหน้าที่เรียกเอกสารเกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการสมาคมและสามารถเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ ๓๗  คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ ๖ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ ๓๘  การจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือตัดตอนข้อบังคับ ข้อบังคับนี้จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัดทอนหรือเพิ่มเติมได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม และต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน

ข้อ ๓๙ การเลิกสมาคมได้เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน๔  ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

ข้อ ๔๐ เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ทรัพย์ของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกของมูลนิธิการกุศลต่างๆ

หมวดที่ ๗ เบ็ดเตล็ด

ข้อ ๔๑. การตีความข้อบังคับของสมาคม หากเป็นข้อสงสัยให้ที่ประชุมใหญ่ โดยเสียงข้างมากเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๔๒. ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสมาคมมาใช้บังคับ ในเมื่อข้อบังคับของสมาคมมิได้กำหนดไว้

ข้อ ๔๓. สมาคมต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใดนอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเอง

หมวดที่ ๘ บทเฉพาะกาล

ข้อ ๔๔. ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ ๔๕. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญและสมาชิภาพของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น  เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป